ทุกคนเคยได้ยินหรือไม่ว่า เมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยทองจะมีความเสี่ยงในเรื่องกระดูกพรุนเพิ่มมากขึ้น และทุกคนสงสัยหรือไม่ว่าทำไมถึงเกี่ยวข้องกัน และมีความเสี่ยงได้อย่างไร โดยผู้หญิงวัยทองจะเป็นวัยที่ร่างกายไม่สามารถมีประจำเดือนได้แล้ว อาจจะมีแนวโน้มในการสูญเสียมวลกระดูก และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนได้นั่นเอง ดังนั้นเราไปดูกันเลยว่าทำไมถึงมีความเสี่ยง และมีวิธีป้องกันอย่างไรบ้าง
ความเปลี่ยนแปลงในด้านร่างกายของวัยทอง
โดยปกติแล้วผู้หญิงจะมีรังไข่ ที่ทำหน้าที่ในการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนนั่นเอง ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการมีประจำเดือน รวมทั้งการเจริญพันธุ์ด้วยเช่นกัน แต่หากผู้หญิงเริ่มก้าวเข้าสู่วัย 30 ร่างกายจะเริ่มผลิตฮอร์โมนได้ลดลง และเมื่อก้าวเข้าสู่วัย 40 ประจำเดือนของผู้หญิงอาจจะมาน้อยมากยิ่งขึ้น หรืออาจจะมีระยะเวลาการเป็นประจำเดือนที่สั้นลง แต่กับบางคนประจำเดือนอาจจะมาถี่ขึ้น หรือมามากขึ้นก็ได้เช่นกัน และเมื่อผู้หญิงมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 51 ปี รังไข่ของผู้หญิงจะหยุดผลิตไข่ และจะทำให้ไม่มีประจำเดือนอีกนั่นเอง
ไขข้อสงสัยโรคกระดูกพรุนคืออะไร
โรคกระดูกพรุนจะเป็นโรคกระดูก ที่มีผลมาจากประสิทธิภาพในการสร้างกระดูกใหม่ลดน้อยลง การซ่อมแซมเพื่อทดแทนกระดูกเก่า หรือกระดูกที่ได้รับบาดเจ็บก็ลดน้อยลงเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะกระดูกเปราะ แตกหักง่าย ทั้งนี้โรคกระดูกพรุนจะสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพียงแต่ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนจะมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
ป้องกันโรคกระดูกพรุนอย่างไรดีที่สุด
สำหรับใครที่กลัวจะเกิดโรคกระดูกพรุนนั้น เราสามารถมองหาวิธีการป้องกันโรคกระดูกพรุนได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง หรือการออกกำลังกายประเภทที่ต้องใช้แรงต้าน เพราะจะเป็นวิธีออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกได้ดียิ่งขึ้น
- รับประทานแคลเซียม หรือวิตามินดีเสริม เนื่องจากวิตามินดีจะช่วยดูดซึมแคลเซียมได้มากขึ้นกว่าเดิม แถมยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่กระดูกด้วยนั่นเอง
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะมีผลต่อระดับฮอร์โมนต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กระดูกไม่แข็งแรง
ทั้งนี้โรคกระดูกพรุนจะเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้จะเป็นผู้ชายก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน และยังเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการอย่างชัดเจนจนกว่ากระดูกจะแตก หรือหัก แต่เมื่อเรารู้ถึงปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุนแล้ว เราจำเป็นต้องป้องกันการเกิดโรคเอาไว้ให้ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงโรคกระดูกพรุนได้อย่างง่ายดาย
